บทความ เรื่อง WSS : Worst Seniority System : ระบบอาวุโสที่เลวร้ายที่สุด


 WSS : Worst Seniority System หมายถึง ระบบอาวุโสที่เลวร้ายที่สุด

          ในองค์กรทุกองค์กรของรัฐในรูปแบบสถานศึกษาย่อมมีระบบอาวุโสเป็นพื้นฐานของวัฒนธรรมองค์กร องค์กรใดมีผู้อาวุโสที่เป็นผู้ทรงคุณวุฒิที่มีจิตใจงดงามและเปี่ยมไปด้วยบารมี คอยเป็นที่ปรึกษาให้กับบุคลากรภายในองค์กร ส่งผลให้องค์กรสามารถทำงานเป็นทีมได้ องค์กรนั้นย่อมเจริญงอกงามและสามารถพัฒนาได้อย่างไม่มีขีดจำกัด แต่หากองค์กรใดมีผู้อาวุโสที่มีอัตตาสูง เป็นหนอนอาจม หรือเหลือบไรที่คอยแต่ดูดเลือด กัดแทะ ชอนไช องค์กร ใช้อำนาจความเป็นอาวุโสของตนเองหาผลประโยชน์เข้าตัวเอง บางคนเป็นก็จระเข้ที่ขวางคลอง บางคนก็เหยียบเรือสองแคม บางคนก็เหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ เห็นแก่ตัว ไร้ประสิทธิภาพ เสื่อมสมรรถภาพ บางคนที่มีภูมิรู้มากก็ไม่ยอมนำความรู้ความสามารถของตัวเองช่วยพัฒนาคุณภาพขององค์กร ก็จะทำให้องค์กรนั้นหล้าหลัง ด้อยพัฒนา ไม่เจริญงอกงาม ผู้อาวุโสที่มีอัตตาสูงเหล่านี้มียศและตำแหน่งสูงส่ง มีเงินประจำตำแหน่ง รวมรายได้แล้วร่วมแสนบาทต่อเดือน ปีหนึ่งๆ มีรายได้สุทธิร่วมหนึ่งล้านบาท จะเห็นได้ว่าผู้อาวุโสเหล่านี้มีรายได้ไม่น้อยเลยทีเดียวจากการเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐประเภทวิชาการ ในระดับเชี่ยวชาญพิเศษ เชี่ยวชาญ หรือชำนาญการพิเศษ แต่รายได้เหล่านี้เป็นแรงจูงใจ เป็นเป้าหมายให้เจ้าหน้าที่ของรัฐรุ่นใหม่ไฟแรงต้องการจะไขว่คว้ามาเป็นของตนเองให้ได้ถ้าโอกาสนั้นมาถึง

ภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต

          จากประสบการณ์ 10 ปี ในการทำงานใน 1 องค์กรภาคเอกชน กับ 5 องค์กรภาครัฐ ทุกองค์กรมีความเหมือน คือ WSS : Worst Seniority System หมายถึง ระบบอาวุโสที่เลวร้ายที่สุด ไม่ว่าจะเป็นองค์กรประเภทใด ระบบที่สร้างปัญหาทำให้องค์กรพัฒนาได้ช้า และไม่เจริญงอกงามก็คือ ความเลวร้ายของระบบอาวุโสที่มีอัตตาสูง ซึ่งเป็นระบบที่ฝังตัวอยู่ทุกองค์กร ทุกระดับการบริหารจัดการ แต่หากองค์กรใดไม่มีระบบอาวุโสก็จะเกิดปัญหาการสั่นคลอนของการปกครอง หรือระบบบริหารงานบุคคลสั่นคลอน ไม่เสถียรภาพ แต่ช่องว่างของระบบอาวุโสทำให้เกิดสิ่งที่ไม่พึงประสงค์ขึ้นมามากมาย ไม่ว่าจะเป็นการเสื่อมสมรรถภาพของสังขารที่ไม่เอื้อต่อการปฏิบัติหน้าที่ราชการ สมองที่สั่งการช้าลง การเคลื่อนที่ของมวลกายที่ช้าลง ทำให้การปฏิบัติหน้าที่ราชการไม่เกิดประสิทธิภาพเท่าที่ควร และสิ่งหนึ่งที่เกิดขึ้น คือ การเอาเปรียบน้องใหม่ ไม่มีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ไม่มีน้ำใจ ไม่มีความรัก ไม่มีความเมตตากรุณา ไม่มีการช่วยเหลือแบ่งปันและไม่มีความเห็นอกเห็นใจกันซึ่งกันและกัน ติเตียน ดุด่า คอยจับผิด เพียงอย่างเดียว ไม่ชี้แนะแนวทางให้กับรุ่นน้อง หรือหวงความรู้ หวงของ หวงสมบัติซึ่งไม่ใช่ของตนเอง มีภาระงานน้อยเนื่องจากสังขารไม่อำนวย โยนงานให้รุ่นน้องที่เข้ามาใหม่ น้องใหม่ก็ต้องน้อมรับโดยปริยาย ปฏิเสธไม่ได้เพราะกลัวจะไม่ผ่านการประเมิน ถูกจำกัดสิทธิและเสรีภาพที่พึงจะมีอันน้อยนิด ผู้น้อยต้องยอมให้ผู้ใหญ่แบบ WSS จิกหัวใช้งานหามรุ่งหามค่ำ จนไม่มีเวลาเป็นส่วนตัว พฤติกรรมอันไม่พึงประสงค์เหล่านี้เกิดขึ้นเพราะผู้อาวุโสที่มีอัตตาสูงซึ่งมีจำนวนมากกว่าผู้อาวุโสที่เป็นผู้ทรงคุณวุฒิในองค์กร รุ่นน้องเหล่านี้เมื่อได้รับอิทธิพลแบบ WSS ก็จะฝังใจ ถึงเวลาตัวเองได้เป็นอาวุโสเมื่อไหร่ ก็คิดที่จะเอาคืน ทำกับรุ่นน้องแบบนี้บ้าง นี่คือ ตัวอย่างที่ไม่ดีในสังคม ย่อมสร้างค่านิยมที่ให้โทษได้ แต่หากรุ่นน้องเหล่านั้นมีจิตใจสูงส่ง มีความรู้คู่คุณธรรม เมื่อก้าวไปสู่การเป็นอาวุโสก็จะไม่ประพฤติตนเช่นนั้นให้เป็นที่ครหาได้

ภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต

          ถึงอย่างไรก็ไม่ได้หมายความว่าระบบอาวุโสจะไม่ดีเสียทีเดียว ในองค์กรที่มีระบบอาวุโสที่ดีก็มีมากมาย แต่ในองค์กรแบบนั้นก็ต้องมีบุคลากรที่มีจริยธรรมและคุณธรรมสูง และมีการบริหารจัดการแบบธรรมาภิบาล มีผู้นำที่มีวิสัยทัศน์กว้างไกล เห็นความสำคัญของทีมมากกว่าตัวบุคคลที่มี WSS มาเกี่ยวข้อง ไม่ถูกครอบงำโดย WSS องค์กรนั้นย่อมมีความเสถียรภาพและมีคุณภาพ

Advertisements

About mansuang1978

Damrongratsongkroh School, Chiang Rai, Thailanad

Posted on มิถุนายน 14, 2011, in บทความ, ปรัชญา. Bookmark the permalink. 3 ความเห็น.

  1. มันเลยทำให้ประเทศชาติไม่เจริญจนถึงทุกวันนี้

  2. พี่แมนสรวง ผมอยู่กลุ่มเดียวกันกับพี่หรอครับพอดีไม่ได้มาเรียนอาทิตย์แรก เพราะติดดูงาน เดวถ้าเรียนวันนี้ผมขอคำแนะนำด้วยนะครับ

  3. เป็นบทความที่วิเคราะห์ องค์กรในสภาวะสมัยใหม่ได้ดีทีเดียวครับพี่ ผมเห็นด้วย

%d bloggers like this: