เรื่องเล่า “จากจัณฑาล ข้ามวรรณะสู่ พราหมณ์”


74752_193908704103580_2027084304_n

สวัสดีครับนักอ่านออนไลน์ทั้งหลายวันนี้ผมมีเรื่องเล่าที่จะนำมาให้ผู้อ่านได้สดับกัน ซึ่งเป็นเรื่องของเด็กชายคนหนึ่งที่มีชีวิตที่เลือกเกิดไม่ได้แต่เขาก็สามารถเลือกที่จะใช้ชีวิตที่ดีได้ จาก “จัณฑาล ข้ามวรรณะสู่ พราหมณ์” เปรียบได้อย่างนี้เลยที่เดียว เรื่องมีอยู่ว่า เด็กชายคนหนึ่งเกิดในนามสกุลของชาวจีนพลัดถิ่น พ่อเป็นคนภาคกลางเชื้อสายจีน แม่เป็นคนภาคเหนือ พ่อแม่ไม่มีสมบัติติดตัวอะไรเลย มีเสื่อผืนหมอนใบก็ว่าได้ พ่อแม่อยู่ด้วยกันมาสิบกว่าปีก็ยังไม่มีลูก ซี่งแม่อายุมากกว่าพ่อ ไม่แน่ใจว่าเป็นอาการของการมีบุตรยากหรือไม่ ต่อมาแม่ก็ตั้งท้องประมาณแปดเดือนเด็กชายเกิดมาก็ไม่สมบูรณ์เหมือนใคร ตอนคลอดเอาเท้าออกมาก่อน เกือบทำให้แม่เสียชีวิต แต่ก็ผ่านพ้นมาได้ เลี้ยงจนเติบโตเป็นเด็กเตาะแตะ พ่อแม่ก็พลัดถิ่นมาค้าขายและรับจ้างทั่วไปอีกจังหวัดหนึ่งที่อยู่เหนือสุดในสยาม ไม่ได้เรียนชั้นอนุบาลเหมือนเด็กคนอื่นๆ ต้องไปไหนไปด้วยกับพ่อแม่ที่มีอาชีพค้าขายยาสูบ เร่ร่อนไปที่ต่างๆ จวบจนอายุย่างเข้าเจ็ดขวบ ก็ได้เข้าเรียนในโรงเรียนประจำตำบลแห่งหนึ่งในเขตหมู่บ้านที่ไม่ไกลนักประมาณ 2 กิโลเมตร พ่อต้องเดินไปส่งโรงเรียนทุกวันด้วยอาการเป็นห่วงลูกชายคนเดียวของครอบครัว ซึ่งผู้เป็นพ่อขับขี่ยานพาหนะไม่ได้ จนถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ผู้เป็นพ่อก็ซื้อจักรยานมือสองให้ลูกปั่นไปโรงเรียนซึ่งทางบ้านมีฐานะยากจน ไม่มีบ้านอยู่ ไม่มีที่ดินทำกิน ต้องเช่าบ้านอยู่ ไม่มีไฟฟ้าใช้ เวลาอ่านหนังสือต้องใช้แสงไฟจากตะเกียง ต้องขออาศัยบ้านของคนอื่นอยู่ ไม่เป็นหลักแหล่ง ทำให้ถูกเหยียดหยามจากสังคมตลอดเวลา เหมือน “จัณฑาล”และต่อมาหลังจากจบชั้นประถมศึกษาแล้วก็ได้มีโอกาสเรียนต่อในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ในโรงเรียนมัธยมศึกษาประจำตำบลแห่งหนึ่งที่ตั้งอยู่ในเขตของหมู่บ้านพอดี และตั้งใจเล่าเรียนจนจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ซึ่งตอนนั้นฐานะทางบ้านก็ยากจนข้นแค้น ไม่มีเงินส่งลูกเรียนก็พอดีได้ทุนการศึกษาจากโรงเรียนประถมเดิมปีละ 300 บาท ก็แบ่งเบาภาระไปได้บ้างในสมัยน้้นที่ข้าวของยังไม่แพง จนจบมัธยมศึกษาตอนต้น และคิดว่าไม่มีโอกาสที่จะได้เรียนหนังสือแล้ว และในระหว่างนั้นก็เข้าวัดมาเป็นเด็กวัดขอข้าวก้นบาตรทาน คิดว่าไม่มีหนทางใดที่จะทำให้เราได้เรียนหนังสือนอกจากจะบวชเรียนเท่านั้น แต่แล้วชีวิตก็พลิกผันให้เด็กชายได้มีโอกาสทางการศึกษาจากครูที่สอนในระดับมัธยมศึกษาให้ทุนเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย ภาคเรียนละ 500 บาทในการจ่ายค่าเทอม ซึ่งในช่วงนั้นเด็กชายก็เป็นนักกีฬาเทเบิลเทนนิสของโรงเรียนด้วย เด็กชายก็ตั้งใจศึกษาเล่าเรียนมาโดยตลอดเพราะเห็นพ่่อแม่ที่ลำบากต้องรับจ้างหาเช้ากินค่ำไปวันๆ ก็ช่วยพ่อแม่เผาถ่านขาย ช่วยงานที่บ้านเพื่อแบ่งเบาภาระทางบ้าน จนศึกษาจบระดับมัธยมศึกษาตอนปลายในสายศิลป์(ไทย-สังคม-อังกฤษ) เป็นรุ่นที่ 3 ของโรงเรียนที่กำลังเปิดสอนในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย และได้มีโอกาสได้ขอโควต้านักเรียนเรียนดีกับสถาบันราชภัฏประจำจังหวัดนั้น ในสาขาที่ไม่ตรงกับที่เรียนในระดับมัธยมศึกษาตอนปลายเลย พร้อมทั้งได้รับทุนในการเรียนจากครูอาสาสมัครหน่วยสันติภาพสหรัฐอเมริกาของโครงการเพื่อนครูและพัฒนาชนบทในประเทศไทย เด็กชายตั้งใจศึกษาเล่าเรียนตามศักยภาพของตนเองจนจบปริญญาตรี และเติบโตเป็นผู้ใหญ่ได้ทำงานพร้อมทั้งได้รับทุนจากครูอาสาสมัครท่านเดิมศึกษาต่อในระดับปริญญาโท ต่อมาได้สอบแข่งขันบรรจุรับราชการครูได้ เปลี่ยนวิถีชีวิตตัวเองซื้อรถยนต์มือสองเป็นของตัวเอง หาเงินแต่งงานกับผู้หญิงที่ดีที่สุดในโลกรองจากผู้เป็นแม่บังเกิดเกล้า โดยไม่ให้น้อยหน้าใครด้วยสินสอดสิบบาทสิบหมื่น  ทั้งสองคนช่วยกันทำมาหากินอย่างสุจริต ซึ่งรับราชการทั้งคู่ ไม่นานเขาทั้งสองก็ซื้อบ้านเป็นของตัวเอง 1 หลัง ให้พ่อแม่อีก 1 หลังต่อมาก็ซื้อรถใหม่ป้ายแดงเป็นของตัวเอง 2 คัน ให้ตัวเองใช้ 1 คัน ให้ภรรยาแสนดีใช้ 1 คัน ด้วยเงินที่เป็นสิทธิของข้าราชการที่พึงจะมี ต่อมาได้ศึกษาต่อในระดับปริญญาโทจนสำเร็จอีกสาขาหนึ่ง ทำให้ชีวิตเด็กชายในวรรณะ “จัณฑาล” ก้าวข้ามสู่ “พราหมณ์” ได้ เพราะ “เด็กชายเลือกที่จะใช้ชีวิตที่ดี” และ “ไม่ย่อท้อต่อความยากลำบาก” ดังนั้นแล้ว “ลิขิตฟ้าหรือจะสู้มานะตน” ครับก็เล่าเรื่องมาตั้งนาน สำหรับผู้ที่จะชนะชะตาชีวิตก้าวข้ามสิ่งที่ฟ้ากำหนดให้ในส่วนทีต่ำต้อยกว่าคนอื่น แต่ฟ้าก็พยายามเฝ้ามองความดีที่เราทำมาโดยตลอดครึ่งชีวิต โดยที่ไม่ทอดทิ้งเรา หากใครที่ประสบปัญหาชีวิตที่หาทางออกไม่ได้ให้หันไปดูผู้ที่ด้อยกว่าเราเพื่อเป็นกำลังใจ แต่หากผ่านพ้นปัญหามาได้ก็ให้หันไปมองคนที่ประสบความสำเร็จก่อนเรา ผมใช้คำว่า “ก่อนเรา” นั่นหมายถึงหากเรามีความตั้งใจ มีความพยายาม กล้าที่จะขอ เชื่อในสิ่งที่เราขอ พร้อมทั้งสร้างภาพในใจที่ชัดเจนว่าเราได้รับในสิ่งที่เราขอ แล้วเราก็จะพบกับสิ่งที่มหัศจรรย์ที่จะเกิดขึ้น ขอให้ทุกท่านโชคดี

ความรู้เรื่อง วรรณะ : http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A7%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%93%E0%B8%B0_(%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%AE%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%94%E0%B8%B9)

Advertisements

About mansuang1978

Damrongratsongkroh School, Chiang Rai, Thailanad

Posted on สิงหาคม 30, 2013, in เรื่องเล่า. Bookmark the permalink. 1 ความเห็น.

  1. ชุดยอดเลยครับพี่ชาย idol ของผม !!!!

%d bloggers like this: