Monthly Archives: กันยายน 2013

บทความ เรื่อง ปณิธานจากสามก๊ก


สวัสดีครับ Readers ทั้งหลาย วันนี้ผมได้นำแนวทางของการใช้ชีวิตสำหรับผู้ที่มีปณิธานทั้งหลายเพื่อความสำเร็จในชีวิตจากวรรณกรรม “สามก๊ก” ให้ได้อ่านกันนะครับ ซึ่งผมจะเขียนเป็น “วลี” และ “ประโยค” ที่เป็นแรงบันดาลใจให้เข้าใจง่ายๆ ก็แล้วกันนะครับ

kongbengภาพจากอินเทอร์เน็ต

1. อย่าฝืนฟ้า หากเวลายังมาไม่ถึง
2. ฝืนฟ้า ย่อมไม่มีสุข
3. บุคคลที่มีลางสังหรณ์ที่ดีนั่นแหละ เป็นคุณลักษณะพิเศษที่เหนือกว่าบุคคลอื่นๆ ของผู้นำ
4. รู้อะไร ไม่สู้ รู้ใจคน (เล่าปี่)
5. ขออยู่ใกล้ผู้มีปัญญาและมีคุณธรรม อยู่ที่ไหนก็อยู่ได้ ดีกว่าอยู่ไกล้คนประสบสอพลอ แต่ทำอะไรไม่เป็น ทำอะไรไม่ได้ (โจโฉพูดต่อหน้าหลุมศพอ้วนเสี้ยว)
6. การไม่ลืมนาย ซื่อสัตย์ต่อนาย ปฏิบัติตรงไปตรงมาไม่ว่าอยู่ต่อหน้าและลับหลัง นับว่าเป็นการปฏิบัติของลูกผู้ชายโดยแท้ ให้ทุกคนจงเอาเยี่ยงอย่าง (โจโฉยกย่องกวนอู)
7. คนที่รักพ่อแม่มากที่สุดนั่นคือความชอบของวีรบุรุษ (โจโฉ)
8. การอ่อนน้อมถ่อมตน เป็นเสน่ห์ของผู้นำที่ดี (โจโฉ)
9. การระแวดระวังภัยเสียจนเกินไป แต่ขาดความละเอียดอ่อนไปนิดหนึ่ง ทำลายล้างผู้บริสุทธิ์ นั่นคือจุดเสียหายของผู้นำ (โจโฉ)
10. สวรรค์ลงโทษ ฎีกาไม่ได้ อำนาจวาสนาเป็นลิขิตฟ้า
11. การเด็ดขาดอาจอยู่ในบทหนึ่งของการเป็นผู้นำ แต่การมีเมตตาและมีคุณธรรมก็เป็นอีกบทหนึ่งของการเป็นผู้นำที่จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมี
12. อันว่าคนเรานั้นแม้นกระทั่่งพี่น้องที่คลานตามกันมา คุณยังหมดเยื่อใย คุณจะเอาเยื่อใยอาลัยอารมณ์ที่ไหนให้ใครเชยชม เห็นแก่ตัว เห็นแก่ได้ ไม่สามารถทำการใหญ่ได้ให้ไปสู่รุ่นลูกรุ่นหลาน
13. ต้องคิดและวางแผนก่อนปฏิบัติล่วงหน้าเสมอ
14. ต้องรู้จักการใช้ไหวพริบในการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า
15. ต้องดูแลปฏิบัติต่อบริวารใกล้ตัวให้ดี
16. ควรมีบุคลิกที่มีความรู้ความสามารถนำมาใช้ในเรื่องงาน
17. ต้องใจถึง กล้าได้กล้าเสีย กับบริวารให้อยู่ดีมีสุข
18. ไม่ควรหวังสิ่งใดที่ไกลเกินตัว ดำเนินชีวิตโดยโน้มตามธรรมชาติ (โน้มตามฟ้า) จึงจะมีความสุข หากใช้ชีวิตที่ฝืนเกินไปมักเกิดทุกข์ หมายถึง ทุกข์ที่อยากได้ อยากมี อยากเด่น ในส่ิ่งที่ไม่เคยมี “วาสนาไม่มีอย่าฝืน” ปล่อยให้เป็นไปเองดีกว่า และสิ่งที่มีค่า คือ “การทำวันนี้ให้ดีที่สุด”
19. บุคคลจะทำการใหญ่ “ต้องได้ใจคนมาครอง” (เล่าปี่) Read the rest of this entry

Advertisements

บทความ เรื่อง เรียนจบแล้วมีงานทำ หรือ เรียนจบแล้วหางานทำ


สวัสดีครับนักเรียนวันนี้ครูมีประสบการณ์มาถ่ายทอดเรื่องของการเรียนต่อและการมีงานทำลองฟังดูนะครับ

การที่นักเรียนสายสามัญอย่างพวกเราๆ เรียนจบในสายวิทย์ หรือสายศิลป์ก็ตาม บางคนได้โควต้า หรือ ได้ที่เรียนในมหาวิทยาลัยของรัฐบ้างของเอกชนบ้าง บางคนอยากเรียนสาขาโน่นสาขานี่ เพื่อวาดอนาคตอยากเป็นอะไรที่ตัวเองชอบ แต่บางคนถูกบังคับจากผู้ปกครองว่าลูกต้องเรียนสาขานี้เพื่อที่จะประกอบอาชีพนี้นะ ซึ่งผู้ปกครองหลายคนอาจจะไม่เข้าใจความรู้สึกของนักเรียนอย่างแท้จริง นักเรียนบางคนขัดใจพ่อแม่ไม่ได้ พอจบมัธยมศึกษาตอนปลายแล้วก็เข้าเรียนในระดับอุดมศึกษาตามกระแสความนิยมบ้าง ตามเพื่อนบ้าง ตามความคิดของตัวเองบ้าง ตามความชอบ ตามความรักของตัวเองบ้าง ตามฮีโร่หรือไอดอลของตัวเองบ้าง หรือแม้กระทั่งตามความบัญญัติของผู้ปกครองบ้าง ล้วนแล้วแต่แตกต่างกันออกไป แต่สิ่งสำคัญที่สุดก็คือ การเรียนในสาขาที่ตัวเองรัก (ใช้หัวใจเลือกว่าเรารักชอบในสาขานี้จริงไหม) สาขาที่ตัวเองถนัด (ใช้สมองเลือกว่าเราสามารถเรียนได้จริงไหม) สาขาที่ตัวเองจะมีเงินเรียนหรือเปล่าเพราะการเรียนคือการลงทุน บางคนเลือกผิด ครูแนะแนวผิด เพื่อนพาผิด รุ่นพี่ที่มาแนะแนวผิด หรือผู้ปกครองเลือกผิด หรืออาจเป็นเพราะสาเหตุอื่นๆ ที่อาจจะเป็นไปแล้วแต่ตัวแปรแทรกซ้อนก็เป็นได้

108628119รูปภาพจากอินเทอร์เน็ต

สิ่งที่มีอิทธิพลต่อการเลือกเรียนในระดับอุดมศึกษาผิดสาขานั้น มีดังต่อไปนี้

1. การเลือกผิดตั้งแต่มัธยมศึกษาตอนปลาย เช่น เลือกสายการเรียนผิด บางคนถนัดภาษาแต่ไปเรียนตามกระแสวิทย์ บางคนถนัดวิทย์แต่เกรดไม่ค่อยดีเลยต้องเรียนศิลป์ คือไม่ประเมินความรักหรือความถนัดของตัวเองก่อน เลือกตามเพื่อนบ้าง เลือกตามผู้ปกครองหรือครูที่ปรึกษา(ผิด)บ้าง มีกรณีตัวอย่าง สมัยครูเรียนมัธยมต้นโรงเรียนมัธยมประจำตำบลมีการเลือกเพื่อให้เรียนในสายวิทย์หรือสายศิลป์ในมัธยมปลาย มีครูคนหนึ่งเรียกประชุมนักเรียนที่รับสมัครในสายวิทย์และสายศิลป์ ครูที่รับสมัครในสายวิทย์ซึ่งมีนักเรียนเลือกเรียนเป็นจำนวนมากก็พูดเสียงดังขึ้นมาว่า “อ้าวนักเรียนฟังทางนี้…..ใครคิดว่าตัวเองจะเรียนสายวิทย์ไม่ไหวให้ลุกเดินออกจากห้องนี้ไปห้องสายศิลป์เลย” นักเรียนที่ขาดการแนะแนวที่ดีก็เกิดการลังเลใจจากสายวิทย์ ไม่แน่ใจว่าตัวเองจะเรียนได้ไหม ขาดวัยวุฒิในการตัดสินใจ ได้ฟังประโยคที่ครูเอ่ยขึ้นมา ก็ลุกเดินตามกันไปอยู่สายศิลป์ มีผลทำให้นักเรียนที่ตั้งใจเรียนหลายคน ซึ่งมีผลการเรียนดีตอนมัธยมต้นในรายวิชาวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์หลายคน ขาดโอกาสที่จะได้เรียนสาขาในระดับอุดมศึกษาที่เกี่ยวเนื่องกับผู้ที่จบสายวิทย์ เช่น แพทย์ศาสตร์ สถาปัตย์ วิศวกรรมศาสตร์ หรือเศรษฐศาสตร์ เป็นต้น

2. การเลือกผิดตั้งแต่เรียนปริญญาตรี เช่น เลือกสาขาฮิตตามกระแส เลือกสาขาง่ายๆ เลือกสาขาเปิดใหม่ มีกรณีตัวอย่างอยู่รายหนึ่งสมัยครูอยู่โรงเรียนเก่า มีครูคนหนึ่งเป็นครูสายวิทย์ สอนเด็กสายวิทย์ ก็แนะนำเด็กนักเรียนชายคนหนึ่งให้ไปเรียนสาขาวิศวกรรม บอกว่านักเรียนเป็นคนเก่งในโรงเรียน(โรงเรียนบ้านนอก) น่าจะเรียนวิศวะได้นะ พอนักเรียนจบมัธยมศึกษาตอนปลายไปแล้ว เข้าไปเรียนในสาขาวิศวกรรมได้จริงๆ เรียนถึงปีที่ 3 แล้วแต่ก็ไม่ไหวต้องโดน Retry ออกจากมหาวิทยาลัย เห็นไหมครับว่า นักเรียนเชื่อครูที่แนะแนวผิด ก็เลยไปไม่ถึงฝั่งฝัน ทำให้นักเรียนเสียเวลาไปตั้ง 3 ปี ใครล่ะที่จะรับผิดชอบชีวิตนักเรียนคนนี้ ไม่ใช่ครูนะครับ พ่อแม่ต่างหากละครับที่ต้องรับผิดชอบส่งเสียให้เรียนหนังสือ  แต่ก็มาผิดหวังที่ลูกเรียนไม่จบ ต้องเสียเวลาไปเปล่าประโยชน์ หากเด็กคนนี้เรียนจบภายในระยะเวลาที่กำหนด เขาจะได้ทำงานและมีเงินเดือนไปเลี้ยงตนและครอบครัวได้แล้ว แต่เขาต้องกลับเข้าไปเรียนใหม่เสียเวลาไปฟรีๆ 3 ปีเต็ม เห็นไหมครับว่าหากนักเรียนไม่มีความคิดเป็นของตัวเอง ไม่รู้จักตัวเองดี คงไม่มีใครรู้จักเราดีพอเท่ากับตัวเราเองใช่ไหมครับ

3. คุณสมบัติทางกายภาพ ประการแรกคือ การขาดทุนทรัพย์ หลายสาขาวิชา หลายมหาวิทยาลัย ต้องใช้เสียค่าใช้จ่ายสูงมาก หน่วยกิตหลายร้อยบาท ยิ่งมหาวิทยาลัยเอกชน หรือมหาวิทยาลัยออกนอกระบบแล้วละก็ ค่าใช้จ่ายสูงมาก หากเราคิดว่าเราไม่มีทุนทรัพย์เพียงพอในการเรียนแล้ว เราควรพิจารณามหาวิทยาลัยที่จะเป็นไปได้สำหรับตัวเราเอง สำหรับฐานะทางบ้านของเรา หากเราสอบชิงทุนได้ก็จะเป็นเรื่องดี เพราะไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายการเรียนมาก แต่ต้องมีวินัยสูงเท่านั้นเอง ประการที่สองคือต่อไปคือ ขาดร่างกายที่พร้อมสำหรับการเรียนสาขานั้นๆ หากร่างกายเราหรือสุขภาพของเราไม่เอื้อต่อการเรียนในสาขาที่ไมเหมาะสมกับร่างกายและสุขภาพของเรา ก็จะทำให้การเรียนไม่ประสบความสำเร็จได้

4. ความรู้และทักษะขั้นพื้นฐาน หากตัวเราไม่สามารถ คิดคำนวณ อ่านเขียนพูด ถ่ายทอดความรู้ ทักษะปฏิบัติ ภาษาไทย และภาษาอังกฤษ ก็ถือว่าบกพร่อง ไม่เหมาะต่อการศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา

สิ่งที่มีอิทธิพลดังกล่าว 4 ประการ ข้างต้นอาจทำให้เราสามารถครองตัวเองให้เรียนจบในระดับอุดมศึกษาได้อย่างมีคุณภาพ

ดังนั้นการเรียนจบแล้วทำงาน หรือ เรียนจบแล้วหางานทำ นั้นแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง การที่เราได้เข้าไปศึกษาในสถาบันอุดมศึกษาชั้นแนวหน้าของประเทศไทย ถือได้ว่าเป็นใบเบิกทางสำหรับการมีงานทำทันทีได้ แต่หากเราเลือกศึกษาในสถาบันอุดมศึกษาทั่วไปเราก็มีโอกาสที่จะมีงานทำทันทีได้เช่นกัน หากเรามีความโดดเด่นตอนฝึกงาน หรือมีผลการเรียนเกียรตินิยม หรือโดยการเลือกสาขาที่ขาดแคลน สาขาที่เรียนจบยาก มีคนเรียนน้อย เพราะจบยากนั่นเอง ตลาดก็จะต้องการคนที่จบสาขานี้เป็นพิเศษ อีกทั้งหากเรามีความสามารถพิเศษในด้านภาษาอังกฤษในระดับที่สามารถสื่อสารแบบสากลได้ หรือสามารถสื่อสารภาษาในประชาคมอาเซียนได้ และมีความรู้และความเข้าใจทางด้าน ICT อย่างดีเยี่ยม แล้วละก็การมีงานที่ดีทำนั้นไม่ยากหรอกครับ และ Read the rest of this entry

ห้องเรียนเครือข่ายไร้พรมแดน โรงเรียนดำรงราษฎร์สงเคราะห์