เรื่องเล่า “จากจัณฑาล ข้ามวรรณะสู่ พราหมณ์”


74752_193908704103580_2027084304_n

สวัสดีครับนักอ่านออนไลน์ทั้งหลายวันนี้ผมมีเรื่องเล่าที่จะนำมาให้ผู้อ่านได้สดับกัน ซึ่งเป็นเรื่องของเด็กชายคนหนึ่งที่มีชีวิตที่เลือกเกิดไม่ได้แต่เขาก็สามารถเลือกที่จะใช้ชีวิตที่ดีได้ จาก “จัณฑาล ข้ามวรรณะสู่ พราหมณ์” เปรียบได้อย่างนี้เลยที่เดียว เรื่องมีอยู่ว่า เด็กชายคนหนึ่งเกิดในนามสกุลของชาวจีนพลัดถิ่น พ่อเป็นคนภาคกลางเชื้อสายจีน แม่เป็นคนภาคเหนือ พ่อแม่ไม่มีสมบัติติดตัวอะไรเลย มีเสื่อผืนหมอนใบก็ว่าได้ พ่อแม่อยู่ด้วยกันมาสิบกว่าปีก็ยังไม่มีลูก ซี่งแม่อายุมากกว่าพ่อ ไม่แน่ใจว่าเป็นอาการของการมีบุตรยากหรือไม่ ต่อมาแม่ก็ตั้งท้องประมาณแปดเดือนเด็กชายเกิดมาก็ไม่สมบูรณ์เหมือนใคร ตอนคลอดเอาเท้าออกมาก่อน เกือบทำให้แม่เสียชีวิต แต่ก็ผ่านพ้นมาได้ เลี้ยงจนเติบโตเป็นเด็กเตาะแตะ พ่อแม่ก็พลัดถิ่นมาค้าขายและรับจ้างทั่วไปอีกจังหวัดหนึ่งที่อยู่เหนือสุดในสยาม ไม่ได้เรียนชั้นอนุบาลเหมือนเด็กคนอื่นๆ ต้องไปไหนไปด้วยกับพ่อแม่ที่มีอาชีพค้าขายยาสูบ เร่ร่อนไปที่ต่างๆ จวบจนอายุย่างเข้าเจ็ดขวบ ก็ได้เข้าเรียนในโรงเรียนประจำตำบลแห่งหนึ่งในเขตหมู่บ้านที่ไม่ไกลนักประมาณ 2 กิโลเมตร พ่อต้องเดินไปส่งโรงเรียนทุกวันด้วยอาการเป็นห่วงลูกชายคนเดียวของครอบครัว ซึ่งผู้เป็นพ่อขับขี่ยานพาหนะไม่ได้ จนถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ผู้เป็นพ่อก็ซื้อจักรยานมือสองให้ลูกปั่นไปโรงเรียนซึ่งทางบ้านมีฐานะยากจน ไม่มีบ้านอยู่ ไม่มีที่ดินทำกิน ต้องเช่าบ้านอยู่ ไม่มีไฟฟ้าใช้ เวลาอ่านหนังสือต้องใช้แสงไฟจากตะเกียง ต้องขออาศัยบ้านของคนอื่นอยู่ ไม่เป็นหลักแหล่ง ทำให้ถูกเหยียดหยามจากสังคมตลอดเวลา เหมือน “จัณฑาล”และต่อมา Read the rest of this entry

Advertisements

บทความ เรื่อง สัปปุริสธรรมกับการบริหารสถานศึกษา


416590_473661369325331_399626831_o

จากบทความการเตรียมความพร้อมสำหรับการเป็นผู้บริหารในยุคประชาคมอาเซียน วันนี้ผมขอนำเสนอธรรมะสำหรับการบริหารสถานศึกษา คือ สัปปุริสธรรม 7 หมายถึง ธรรมที่ทำให้คนเป็นสัตบุรุษ หรือ เป็นคนดี มีคุณธรรม เป็นคนเก่ง เหมาะสำหรับเป็นธรรมะของผู้บริหารสถานศึกษาทุกระดับ ซึ่งมีด้วยกัน 7 ประการ ดังนี้ 

1.ธัมมัญญุตา คือ เป็นผู็รู้จักเหตุ คือ รู้หลักความจริง รู้หลักการ รู้หลักเกณฑ์ รู้กฎเกณฑ์แห่งเหตุผล และรู้หลักการที่จะทำให้เกิดผล เช่น เห็นเหตุการณ์อะไรก็ตามแต่ก็จะรู้ได้ว่าเกิดจากเหตุอะไรเช่น ทำไมฝนจึงตก สาเหตุมาจากอะไร และผลจะเป็นอย่างไร  รู้ว่าจะต้องกระทำเหตุแบบนี้ จึงจะให้เกิดผลที่ต้องการนั้นๆ เป็นต้น การเป็นผู้บริหารสถานศึกษานั้นต้องมีความรู้ความเข้าใจถึงเหตุปัจจัยจากทฤษฎี หลักการ กฏหมาย และนโยบาย ของการจัดการศึกษาเป็นอย่างดี และต้องเข้าใจธรรมชาติ
2.อัตถัญญุตา คือ เป็นผู้รู้จักผล คือ รู้ความหมาย รู้ความมุ่งหมาย รู้ประโยชน์ที่ประสงค์ คือ รู้จักผลที่จะเกิดขึ้นสืบเนื่องจากการกระทำ ซึ่งสามารถก่อให้เกิดประโยชน์เกิดผลได้จริง ผู้บริหารสถานศึกษาต้องรู้จักผลของการจัดการศึกษา ผลผลิตของการจัดการศึกษาคือผู้เรียน ผลของการใช้อำนาจทางการบริหารคือความรู้สึก ความประพฤติ ความพึงพอใจ ความสุข ความทุกข์ ของผู้ใตับังคับบัญชา
3.อัตตัญญุตา คือ เป็นผู้รู้จักตน คือ รู้จักตัวตนของเราเอง ว่าโดยฐานะ ภาวะ เพศ กำลังความรู้ ความสามารถ ความถนัด และคุณธรรม สามารถประเมินตนเองได้ในหลักธรรม ดังนี้ ศรัทธา(ชอบ ถนัด รักในงานอะไร), ศีล(วินัย), สุตะ(ความรู้), จาคะ(ความเสียสละ), ปัญญา(กระบวนการในการพัฒนาความรู้ที่มีอยู่) เป็นต้น แล้วประพฤติให้เหมาะสม และรู้ที่จะแก้ไขปรับปรุงต่อไป ผู้นำต้องรู้จักตนเองเป็นอย่างดี ก่อนจะมาเป็นผู้บริหารสถานศึกษานั่นคือครูผู้รู้จักตนว่า 1. มีใบประกอบวิชาชีพผู้บริหารสถานศึกษา 2. มีวุฒิทางการบริหารการศึกษา/ปริญญาโท/ปริญญาเอก ทางการบริหารการศึกษา 3. มีวุฒิ/ความรู้และความเข้าใจทางด้านหลักสูตรและการสอน 4. มีความรู้และความเข้าใจทางด้าน ICT อย่างดีเยี่ยม 5. มีความรู้ด้านภาษาอังกฤษในระดับที่สามารถสื่อสารแบบสากลได้ 6. มีความรู้ทางด้านกฎหมายไทยและกฎหมายสากล (รัฐศาสตร์/นิติศาสตร์/รัฐประสานศาสตร์) และ 7. มีสัปปุริสธรรม 7 ประการ พร้อมสำหรับการเป็นผู้บริหารในยุคประชาคมอาเซียน หากได้เป็นผู้บริหารสถานศึกษาแล้วต้องรู้จักประเมินได้ว่าบริบทของสถานศึกษาที่ตนเองบริหารจัดการอยู่นั้นมีศักยภาพมากน้อยเพียงใดทั้ง ด้านวิชาการ ด้านงบประมาณ ด้านบุคลากร และด้านบริหารงานทั่วไป พร้อมที่จะพัฒนาศักยภาพที่มีอยู่ไปสู่มาตฐานสากลต่อไป
4.มัตตัญญุตา คือ เป็นผู้รู้จักประมาณ คือ ความพอดี เช่น ภิกษุรู้จักประมาณในการรับและบริโภคปัจจัยสี่ คฤหัสถ์รู้จักประมาณในการใช้จ่ายโภคทรัพย์ กษัตริย์รู้จักประมาณในการลงทัณฑ์อาชญาและในการเก็บภาษี เป็นต้น ผู้บริหารสถานศึกษาต้องรู้จักประมาณศักยภาพของตนเองในการบริหารจัดการ ประมาณทรัพยากรทางการศึกษาที่มีอย่างจำกัด ประมาณศักยภาพของสถานศึกษา ประมาณวัตถุดิบที่มีคือตัวผู้เรียน ประมาณภาระงานที่ไม่เหลือบ่ากว่าแรง ประมาณการรับงานนอกจนเกินความจำเป็น ประมาณการ คือ มีการวางแผนการปฏิบัติงานระยะยาว ระยะปานกลาง และระยะสั้น
5.กาลัญญุตา คือ เป็นผู้รู้จักกาล คือ รู้กาลเวลาอันเหมาะสม และระยะเวลาที่จะต้องใช้ในการประกอบกิจ กระทำหน้าที่การงาน เช่น แบ่งเวลา ทำให้ถูกจังหวะ ให้ตรงเวลา ให้เป็นเวลา ให้ทันเวลา ให้พอเวลา ให้เหมาะเวลา เป็นต้น ผู้นำต้องเป็นตัวอย่างที่ดีด้านการรักษาเวลา ต้องตรงเวลา หากจะให้ดีต้องก่อนเวลา เพราะผู้บังคับบัญชาต้องรู้ทุกเรื่องก่อนผู้ใตับังคับบัญชา ต้องทันโลก ทันข่าว ทันเทคโนโลยี ทันเวลา
6.ปริสัญญุตา คือ เป็นผู้รู้ชุมชน คือ รู้จักชุมชน และรู้จักที่ประชุม รู้กิริยาที่จะประพฤติต่อชุมชนนั้นๆ ว่า ชุมชนนี้เมื่อเข้าไปหา จะต้องทำกิริยาอย่างนี้ จะต้องพูดอย่างนี้ ชุมชนนี้ควรสงเคราะห์อย่างนี้ เป็นต้น สิ่งสำคัญไม่น้อยไปกว่าสิ่งอื่นก็ว่าได้สำหรับผู้บริหารในยุคประชาคมอาเซียน คือ การรู้จักและเข้าถึง ชุมชนที่เป็นระดับท้องถิ่น ระดับชาติ และระดับนานาชาติ อย่างไร ทิศทางไหน
7.ปุคคลัญญุตา คือ เป็นผู้รู้จักบุคคล คือ ความแตกต่างแห่งบุคคลว่า โดยอัธยาศัย ความสามารถ และคุณธรรม เป็นต้น ใครตึงหรือหย่อนอย่างไร และรู้ที่จะปฏิบัติต่อบุคคลนั้นๆ ด้วยดี ว่าควรจะคบหรือไม่ จะใช้จะตำหนิ ยกย่อง และแนะนำสั่งสอนอย่างไร เป็นต้น สิ่งที่ยากที่สุดสำหรับผู้บังคับบัญชาคือการบังคับบัญชาสั่งการผู้ใตับังคับบัญชา หรือ การบริหารคนนั่นเอง ดังนั้น ผู้บริหารสถานศึกษาต้องรู้จักและเข้าใจถึงความแตกต่างของครูและบุคลากรทางการศึกษาอย่างดีเยียม ต้องใช้ทั้งศาสตร์และศิลป์ในการบริหารจัดการคน ใช้มนุษยสัมพันธ์ที่เป็นกัลยาณมิตร มีรอยยิ้ม คำชม และน้ำใจเป็นโล่ป้องกันตัวเองเป็นอย่างดี พร้อมทั้งมีปิยะวาจาสิทธิ์เป็นอาวุธ

บทความ เรื่อง การเตรียมความพร้อมสำหรับการเป็นผู้บริหารในยุคประชาคมอาเซียน


kid-businessman-

ในวาระครบรอบ 7 ปี ของการสอบบรรจุแต่งตั้งผู้บริหารสถานศึกษา จากปี พ.ศ. 2550 ปี พ.ศ. 2552 และปี พ.ศ. 2555 ที่มีการสอบแข่งขันบรรจุผู้บริหาร ไม่ว่าจะเป็นตำแหน่งรองผู้อำนวยการสถานศึกษา และผู้อำนวยการสถานศึกษา ที่มีการบรรจุแต่งตั้งจนหมดบัญชีของผู้ที่สอบขึ้นบันชีไว้ในครั้งนั้น และครั้งล่าสุดมีการสอบในปี พ.ศ. 2555 โดยแบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มประสบการณ์ และกลุ่มทั่วไป ซึ่งมีการแต่งตั้งจนหมดบัญชีก็ยังไม่เพียงพอในตำแหน่งที่ขาดแคลน แม้ว่าโรงเรียนขนาดเล็กๆ จะถูกยุบหรือรวมโรงเรียนก็ตาม ในวันที่ 30 พฤษภาคม 2557 นั้นบัญชีก็จะหมดอายุลง พร้อมทั้งการเกษียณอายุราชการของผู้บริหารในตำแหน่งรองผู้อำนวยการสถานศึกษาและผู้อำนวยการสถานศึกษาอีกมากมายหลายตำแหน่งนั้นก็จะว่างลง และการขอใบอนุญาตประกอบวิชาชีพผู้บริหารที่ยากขึ้นกว่าเดิม ทั้งการเทียบมาตรฐาน การสอบวัดมาตรฐาน การฝึกงานของนิสิต/นักศึกษาในระดับปริญญาโทสาขาการบริหารการศึกษา ที่ทำให้ผู้ที่จะศึกษาต่อในรัะดับปริญญาโทสาขาการบริหารการศึกษามีขั้นตอนที่ยุ่งยากขึ้น และอีกทั้งการเสนอร่างพิจารณาการเกษียณอายุราชการของข้าราชการให้เป็น 65 ปี ถึง 70 ปี ดังนั้นในช่วง 1- 3 ปีนี้ (ปีพ.ศ. 2557-2560) ผู้ที่มีโอกาสในการศึกษาต่อในสาขาการบริหารการศึกษาไม่ว่าจะเป็นมหาวิทยาลัยไหนก็ตาม(ขอให้แค่ ก.ค.ศ รับรองก็พอแล้ว)หรือกำลังอยู่ในช่วงการขอใบประกอบวิชาชีพบริหารสถานศึกษา ก็ให้รีบๆ ดำเนินการให้เสร็จสิ้น ไม่ควรปล่อยเวลาให้มันเลยไป เพราะกฎหมายไทยนั้นมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอครับ และคุณสมบัติต่อไปของผู้บริหารสถานศึกษาในทศวรรษที่ 21 ช่วง 2,600 ปีพุทธชยันตี ที่จะเป็นประชาคมอาเซียนอย่างแท้จริง ควรจะมีคุณสมบัติ 8 ข้อ (8 things for School Administrator) ดังต่อไปนี้
1. มีใบประกอบวิชาชีพผู้บริหารสถานศึกษา (A licensed professional school administrators.)
2. มีวุฒิทางการบริหารการศึกษา/ปริญญาโท/ปริญญาเอก ทางการบริหารการศึกษา (A formal qualification in Educational Administration / Master / PhD. Management education.)
3. มีวุฒิหรือความรู้และความเข้าใจทางด้านหลักสูตรและการสอน (Qualification / knowledge and understanding of the curriculum and instruction.)
4. มีความรู้และความเข้าใจทางด้าน ICT อย่างดีเยี่ยม (Knowledge and understanding of the ICT perfectly.)
5. มีความรู้ด้านภาษาอังกฤษในระดับที่สามารถสื่อสารแบบสากลได้ (Knowledge of English in the international communication.)
6. มีความรู้ทางด้านกฎหมายไทยและกฎหมายสากล (รัฐศาสตร์/นิติศาสตร์/รัฐประสานศาสตร์) (Knowledge of the laws of Thailand and international law. (Political Science / Law / State Coordination Science))
7. มีสัปปุริสธรรม 7 ประการ (There are seven reasons Sappurisatham.)
8. มีความเข้าใจในเรื่องค่านิยมหลักของคนไทย 12 ประการ (An understanding of the core values of Thailand’s 12 Commandments.)

หากท่านใดที่มีคุณสมบัติ 8 ข้อนี้ไว้ในมือที่เหลือก็คือการประกาศรับสมัครสอบแข่งขันบรรจุแต่งตั้งผู้บริหารสถานศึกษาเท่านั้นก็สามารถยื่นใบสมัครได้เลยครับ และไปวัดดวงกันในสนามสอบที่ครั้งต่อไปในปี พ.ศ. 2558 ที่เขตพื้นที่การศึกษาจะเป็นหน่วยงานดำเนินการสอบแข่งขันเอง

……………ชีวิตมันต้องเดินตามหาความฝัน หกล้มคลุกคลานเท่าไหร่ มันจะไปจบที่ตรงไหน แต่จะยังไงก็ต้องไปให้ถึง ที่สุดถ้ามันจะไม่คุ้ม แต่มันก็ดีที่อย่างน้อยได้จดจำว่าครั้งนึงเคยก้าวไป แค่คนที่เชื่อในความฝัน จะเหน็ดจะเหนื่อยก็ยังต้องเดินต่อไป…………..

บทความ เรื่อง โอกาสที่ไขว่คว้าได้ ไตรภาค


oppatunity

หลังจากที่ผมได้ถ่ายทอดประสบการณ์ เรื่อง “โอกาส” ,“โอกาสที่ไขว่คว้าได้” และ“โอกาสที่ไขว่คว้าได้ ภาค 2” ไปแล้ว วันนี้ลองมาฟังประสบการณ์่ไตรภาค คือ “โอกาสที่ไขว่คว้าได้ ภาค 3” ซึ่งเป็นโอกาสเหมือนถูกล็อตตารีรางวัลที่ 3 เลยกว่าได้ในปี 2556 ที่กระผมได้มี “โอกาส” สำนักงาน ก.ค.ศ. ได้มีหนังสือกำหนดอัตราเงินเดือนสำหรับคุณวุฒิที่ ก.ค.ศ. รับรอง ออกมาและมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2555 เป็นต้นมา กระผมได้มี “โอกาส” อีกครั้งหนึ่งที่จะได้ปรับเงินเดือนของกระผมอยู่แท่ง คศ. 2 สำหรับผู้ที่บรรจุแต่งตั้งก่อนวันที  1 มกราคม 2555 สำหรับผู้ที่มีวุฒิปริญญาโท ที่ปรับจาก 18,470 เป็นขั้นเงินเดือน 20,470 บาท และแก้ไขคำสั่งเงินเดือนย้อนหลังเสร็จแล้วขั้นเงินเดือนอยู่ที่ 22,460 บาท และซึ่งมีผลทำให้เงินเดือนผมทั้งปี 2555-2556 ขยับขึ้นถึง 3,990 บาท  ซึ่งมีเงินตกเเบิกเข้าบัญชีประมาณ  32,000 บาท ซึ่งขั้นเงินเดือนของผมที่บรรจุรับราชการในตำแหน่ง อาจารย์ 1 ระดับ 3 ในปี พ.ศ. 2547 นั้น ปัจจุบันถึงแม้ผมได้รับการพิจารณาความดีความชอบ 2 ขั้น ในปี พ.ศ. 2551 เพียงครั้งก็ตาม แต่ก็ชดเชยกับการที่โอนย้ายจากสังกัดเทศบาลมาสังกัดสพฐ. กับการเลื่อนขั้นเงินเดือนทั้งปี 1 ขั้น ทำให้ผมได้รับเงินเดือนมากกว่าผู้ที่บรรจุปี 2545 แต่มีเพียงวุฒิการศึกษาในระดับปริญญาตรี และในปีงบประมาณ 2556 หากรัฐได้จัดสรรเงินวิทยฐานะให้ได้ตามที่วางแผนไว้ เดือนละ 3,500 บาท รวมแล้ว 25,960 บาท ในช่วงระยะการรับราชการทั้งหมด 9 ปีเต็มของกระผม ถือว่าหายใจได้โล่งขึ้นอีกนิดสำหรับสภาพเศรษฐกิจแบบนี้ เห็นไหมละครับการศึกษาต่อในปริญญาที่สูงขึ้นจากการบรรจุแต่งตั้งเป็นข้าราชการไม่เสียแรงเปล่า หากรุ่นน้องที่บรรจุใหม่ๆ มี “โอกาส” ที่จะศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้นก็ควรรีบไขว่ขว้าไว้ เพราะกฏหมายไทยปรับปรุงและเปลี่ยนแปลงบ่อยมากจนทำให้เราอาจตั้งตัวไม่ทันเลยก็ว่าได้ สำหรับข้าราชการครูอย่างเราๆ และคาดว่าปี พ.ศ. 2557 นั้น การปรับแท่งเงินเดือนก็จะมีการเปลี่ยนแปลงอีกครั้งหนึ่ง พร้อมทั้งการเกษียณอายุราชการของข้าราชการหลายตำแหน่งอีกมากมาย เราเป็นข้าราชการหมาดๆ หรือใหม่ๆ ต้องเตรียมตัวให้พร้อมกับการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ของกระทรวงศึกษาธิการในปี พ.ศ. 2557 – 2560 นี้ครับ

Education Presentation Projector for Smart Phone


Read the rest of this entry

บทความ เรื่อง เทคโนโลยี Cloud Computing


Cloud Computing (อ้างอิงจาก http://www.bkk2.in.th/Topic.aspx?TopicID=983)
คือ วิธีการประมวลผลที่อิงกับความต้องการของผู้ใช้ โดยผู้ใช้สามารถระบุความต้องการไปยังซอฟต์แวร์ของระบบCloud Computing จากนั้นซอฟต์แวร์จะร้องขอให้ระบบจัดสรรทรัพยากรและบริการให้ตรงกับความต้อง การผู้ใช้ ทั้งนี้ระบบสามารถเพิ่มและลดจำนวนของทรัพยากรรวมถึงเสนอบริการให้พอเหมาะกับ ความต้องการของผู้ใช้ได้ตลอดเวลาโดยที่ผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องทราบเลยว่าการทำ งานหรือเหตุการณ์เบื้องหลังเป็นเช่นไร

นิยามความหมายของคำหลักๆ 3 คำที่เกี่ยวข้องกับ Cloud Computing ต่อไปนี้
ความต้องการ (Requirement) คือโจทย์ปัญหาที่ผู้ใช้ต้องการให้ระบบคอมพิวเตอร์แก้ไขปัญหาหรือตอบปัญหาตาม ที่ผู้ใช้กำหนดได้ ยกตัวอย่างเช่น ความต้องการพื้นที่จัดเก็บข้อมูลขนาด 1,000,000 GB, ความต้องการประมวลผลโปรแกรมแบบขนานเพื่อค้นหายารักษาโรคไข้หวัดนกให้ได้สูตร ยาภายใน 90 วัน, ความต้องการโปรแกรมและพลังการประมวลผลสำหรับสร้างภาพยนต์แอนนิเมชันความยาว 2 ชั่วโมงให้แล้วเสร็จภายใน 4 เดือน, และความต้องการค้นหาข้อมูลท่องเที่ยวและโปรแกรมทัวร์ในประเทศอิตาลีในราคา ที่ถูกที่สุดในโลกแต่ปลอดภัยในการเดินทางด้วย เป็นต้น
ทรัพยากร (Resource) หมายถึง ปัจจัยหรือสรรพสิ่งที่เกี่ยวข้องกับการประมวลผลหรือเกี่ยวข้องกับการแก้ไข ปัญหาตามโจทย์ที่ความต้องการของผู้ใช้ได้ระบุไว้ อาทิเช่น CPU, Memory (เช่น RAM), Storage (เช่น harddisk), Database, Information, Data, Network, Application Software, Remote Sensor เป็นต้น
บริการ (Service) ถือว่าเป็นทรัพยากร และในทางกลับกันก็สามารถบอกได้ว่าทรัพยากรก็คือบริการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านCloud Computingแล้ว เราจะใช้คำว่าบริการแทนคำว่าทรัพยากร คำว่าบริการหมายถึงการกระทำ (operation) เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่สนองต่อความต้องการ (requirement) แต่การกระทำของบริการจะเกิดขึ้นได้จำเป็นต้องพึ่งพาทรัพยากร โดยการใช้ทรัพยากรที่เกี่ยวข้องเพื่อแก้ปัญหาให้เกิดผลลัพธ์สนองต่อความต้อง การ
สำหรับCloud Computingแล้ว ผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องสนใจเลยว่าระบบเบื้องล่างทำงานอย่างไร ประกอบไปด้วยทรัพยากร(resource) อะไรบ้าง ผู้ใช้แค่ระบุความต้องการ(requirement) จากนั้นบริการ(service)ก็เพียงให้ผลลัพธ์แก่ผู้ใช้ ส่วนบริการจะไปจัดการกับทรัพยากรอย่างไรนั้นผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องสนใจ สรุปได้ว่า ผู้ใช้มองเห็นเพียงบริการซึ่งทำหน้าที่เสมือนซอฟต์แวร์ที่ทำงานตามโจทย์ของ ผู้ใช้ โดยที่ผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องรับทราบถึงทรัพยากรที่แท้จริงว่ามีอะไรบ้างและถูก จัดการเช่นไร หรือไม่จำเป็นต้องทราบว่าทรัพยากรเหล่านั้นอยู่ที่ไหน

บทความ เรื่อง หลักในการบริหารงบประมาณที่ดีของสถานศึกษา


หลักในการบริหารงบประมาณที่ดีของสถานศึกษาต้องมีหลักดังต่อไปนี้

1. หลักคาดการณ์ไกล    การบริหารงบประมาณให้มีประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิผลนั้นต้องใช้กระบวนการบริหารงบประมาณแบบมุ่งเน้นผลงาน ที่แสดงถึงความเชื่อมโยงระหว่างทรัพยากรที่ใช้กับผลงานที่เกิดขึ้นว่ามีความเชื่อโยงกันอย่างไร คุ้มค่ามากน้อยเพียงไร ทำให้หน่วยงานของรัฐได้รับข้อมูลทางการเงิน และการจัดการที่บ่งบอกถึงผลผลิต (Outputs) และเชื่อมโยงผลลัพธ์ (Outcomes) ที่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของนโยบายรัฐบาล จึงต้องมีมาตรฐานการจัดการทางการเงินที่เป็นกลไกขับเคลื่อนให้การบริหารงบประมาณแบบมุ่งเน้นผลงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพอย่าง 7 Hurdles หรือเรียกว่า มาตรฐานการจัดการทางการเงิน 7 ด้าน มีรายละเอียดดังนี้
1.1 การวางแผนงบประมาณ เริ่มต้นจากการวางแผนกลยุทธ์ของหน่วยงาน ประกอบด้วย วิสัยทัศน์ พันธกิจ เป้าประสงค์ ผลผลิตหลัก กลยุทธ์ โครงสร้างแผนงาน ตัวบ่งชี้ความสำเร็จของผลงาน (KPI) และการวางแผนงบประมาณระยะปานกลาง (MTEF)
1.2 การกำหนดผลผลิตและการคำนวณต้นทุน เป็นการกำหนดต้นทุนในแต่ละผลผลิต ซึ่งมีการติดตั้งต้นทุนทางตรงและต้นทุนทางอ้อม เพื่อได้ทราบถึงการใช้ต้นทุนต่อหน่วยของผลผลิตเท่าไหร่
1.3 การจัดระบบจัดซื้อจัดจ้าง เป็นการพัฒนาระบบการจัดซื้อจัดจ้างให้มีประสิทธิภาพ การจัดซื้อจัดจ้างต้องเน้นความคุ้มค่าของการใช้จ่ายเงิน
1.4 การบริหารการเงินและการควบคุมงบประมาณ สถานศึกษาจำเป็นต้องกำหนดรายการและโครงสร้างบัญชี เอกสารหลักฐานที่จำเป็น การปรับระบบบัญชีจากเกณฑ์เงินสดไปสู่ระบบเกณฑ์คงค้าง มีระบบควบคุมการเบิกจ่าย และบริหารจัดการงบประมาณที่มีประสิทธิภาพ
1.5 การรายงานทางการเงินและผลดำเนินงาน ในกระบวนการรายงานต้องมีการกำหนดดัชนีชี้วัด กรอบและโครงสร้างการประเมิน การรายงานผลที่ชัดเจนทั้งรายงานทางการเงินและการดำเนินงาน
1.6 การบริหารสินทรัพย์ สถานศึกษาต้องมีระบบบริหารสินทรัพย์ที่มีประสิทธิภาพ แสดงให้เห็นถึงการบริหารสินทรัพย์ ที่เกิดประโยชน์สูงสุด
1.7 การตรวจสอบภายใน สถานศึกษาต้องมีฝ่ายรับผิดชอบในการตรวจสอบภายใน มีอิสระในการดำเนินงาน มีหน้าที่ความรับผิดชอบที่ชัดเจน เน้นการตรวจสอบทางการเงิน และผลดำเนินงาน

2. หลักประชาธิปไตย การบริหารงบประมาณต้องสอดคล้องกับความต้องการของส่วนรวมหรือประชาชน/กลุ่มเป้าหมาย (Focus Group) ที่รัฐบาลต้องการให้เกิดประโยชน์ในสถานศึกษาต้องให้คณะกรรมการสถานศึกษา ผู้ปกครอง ครู มีส่วนร่วมในการบริหารจัดการงบประมาณของสถานศึกษาที่ส่งเสริมการจัดการศึกษาที่ส่งผลให้ผู้เรียนมีคุณภาพ มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ตามเป้าหมายของการจัดการศึกษาในระดับขั้นพื้นฐานที่สนองเจตนารมณ์ของพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ

3. หลักสมดุล การบริหารงบประมาณของสถานศึกษาภาครัฐนั้น งบประมาณส่วนมากมาจากรัฐบาลที่เป็นเงินงบประมาณและเงินนอกงบประมาณ นั่นหมายถึง รายรับของสถานศึกษามีจำกัด ผู้บริหารสถานศึกษาต้องมีการบริหารจัดการที่สมดุล ระหว่างรายรับกับรายจ่ายของสถานศึกษาให้บรรลุวัตถุประสงค์ของการจัดการศึกษาตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

4. หลักยุติธรรม ต้องมุ่งเน้นภารกิจหรือพันธกิจของสถานศึกษา และขีดความสามารถในการปฏิบัติงานของสถานศึกษาอย่างบริสุทธิ์ ยุติธรรม โปร่งใส ตรวจสอบได้ บนความเสมอภาค

5. หลักสารัตถประโยชน์ ต้องมุ่งผลสัมฤทธิ์ ที่มีทั้งผลผลิตและผลลัพธ์

6. หลักประสิทธิภาพ ต้องคำนึงถึงความคุ้มค่ากับการลงทุน ทั้งทางเศรษฐกิจ และสังคม ตามสัญญาเป้าหมายการให้บริการสาธารณะของกระทรวงศึกษาธิการ และสัญญาการนำส่งผลผลิตที่เป็นผู้เรียนทั้งของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และของสถานศึกษาเอง

บทความ เรื่อง “แผน”


กาพย์ยานี 11 “แผน”

แผนนั้นคือพิมพ์เขียว             ที่ข้องเกี่ยวถึงเป้าหมาย

ทรัพย์นั้นมิมากมาย               จงแจงจ่ายที่จำเป็น

จัดสรรให้ลุผล                        นายของคนควรเล็งเห็น

วัตถุประสงค์เน้น                    แผนจึงเป็นวิธีการ

แผนหลอมพร้อมด้วยกฎ        อนาคตบริหาร

กิจกรรมจัดการ                       สืบสานดลจนสัมฤทธิ์

องค์ประกอบการแผน            ขอให้แน่นลงในจิต

ลักษณ์อักษรความคิด           จงลิขิตเป็นหนังสือ

ประเภทของแผนไซร์            เวลาในคำเล่าลือ

ระยะยาวดีหรือ                      องค์กรถือกำหนดไว้

ระยะกลางรองรับ                   จัดลำดับให้ฉับไว

ระยะสั้นได้ใจ                         แผนถัดไปให้ได้มา

ทิศทางการบัญชา                  แผนนำพาบนล่างหา

ทิศทางรองลงมา                    ล่างหาบนคนนิยม

พรรณนาบรรยาย                   ทิศทางหมายวิธีคม

กราฟแท่งทั้งวงกลม               รูปภาพสมกราฟิกแน่น

ความถี่ที่ใช้งาน                     ครั้งเดียวกาลโปรแกรมแผน

งบประมาณนั้นแทน              โครงการแผนทางการเงิน

กิจกรรมต่อเนื่อง                    น่าลือเรื่องให้ดำเนิน

นโยบายการเงิน                     ไม่เก้อเขินกระบวนการ

เฉพาะกิจฉุกเฉิน                    เบี่ยงเบนเกินทิศทางด้าน

พัฒน์ดีดั้งเดิมด้าน                 ชั่วคราวสานการณ์บรรเทา

แผนการตามระดับ                 บังคับกลยุทธ์เร้า

ยุทธแคบจริงเจ้า                    ปฏิบัติเข้าตัดสินใจ

แผนลักษณ์วิธีการ                 ประมาณลำดับไว้

จุดหมายประสงค์ได้              กำหนดให้โครงการเอย

บทความ เรื่อง โอกาสที่ไขว่คว้าได้ ภาค 2


auemdownหลังจากที่ผมได้ถ่ายทอดประสบการณ์ เรื่อง “โอกาส” และ “โอกาสที่ไขว่คว้าได้” ไปแล้ว วันนี้ลองมาฟังประสบการณ์่ต่อจากเดิม คือ “โอกาสที่ไขว่คว้าได้ ภาค 2” ซึ่งเป็นโอกาสทองอีกครั้งหนึ่งในปี2555 ที่กระผมได้มี “โอกาส” ได้ย้ายในโครงการครูคืนถิ่นเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ในโรงเรียนที่มีชื่อเสียงอันดับต้นๆ ของจังหวัดเชียงราย ที่ยากจะหาได้กันทุกคน และในปีเดียวกัน วันที่ 4 ธันวาคม 2555 มีหนังสือจากสำนักงาน ก.ค.ศ. เรื่อง การกำหนดอัตราเงินเดือนสำหรับคุณวุฒิที่ ก.ค.ศ. รับรอง ออกมาและมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2555 เป็นต้นมา กระผมได้มี “โอกาส” อีกครั้งหนึ่งที่จะได้ปรับเงินเดือนสำหรับผู้ที่บรรจุแต่งตั้งก่อนวันที  1 มกราคม 2555 ซึ่งเงินเดือนของกระผมอยู่แท่ง คศ. 2 ได้ขยับ ตามลำดับดังนี้ (หากไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงในปีงบประมาณ 2556 ตามกระแสการเมือง หรือความล่าช้าของระบบราชการนะครับ)
– 1 ตุลาคม 2554 ได้เลื่อนขั้นเงินเดือน “หนึ่งขั้น” ได้รับขั้นเงินเดือน 18,470 บาท
– 1 มกราคม 2555 ได้ปรับเงินเดือนสำหรับผู้ที่บรรจุแต่งตั้งก่อนวันที  1 มกราคม 2555 สำหรับผู้ที่มีวุฒิปริญญาโท ได้รับขั้นเงินเดือน 20,470 บาท
– 1 เมษายน 2555 ได้เลื่อนขั้นเงินเดือน “ครึ่งขั้น” ได้รับขั้นเงินเดือน 20,960 บาท
– 1 ตุลาคม 2555 ได้เลื่อนขั้นเงินเดือน “หนึ่งขั้น” ได้รับขั้นเงินเดือน 21,950 บาท
ซึ่งมีผลทำให้เงินเดือนผมทั้งปี 2555 ขยับขึ้นถึง 3,480 บาท  และซึ่งเป็นโอกาสหาได้ยากมากเช่นกัน ปรับเพิ่ม 2 ขั้น+0.5 ขั้น(เมษายน)+1 ขั้น(ตุลาคม) รวมกัน ทั้งปี 3.5 ขั้น บางคนขยับมากกว่าผมอีก เพราะในเดือนเมษายน ได้พิจารณาเลื่อนขั้นเงินเดือน 1 ขั้น หรือ ไม่ก็เดือนตุลาคม ได้พิจารณาเลื่อนขั้นเงินเดือน 1.5 ขั้น แต่ทั้งปีไม่เกิน 2 ขั้น นะครับ ทำให้เงินเดือนผมเพิ่มขึ้นมากพอสมควร และในปีงบประมาณ 2556 รัฐได้จัดสรรเงินวิทยฐานะให้ได้ตามที่วางแผนไว้ เดือนละ 3,500 บาท รวมแล้ว 25,450 บาท ในช่วงระยะการรับราชการทั้งหมด 9 ปีเต็มของกระผม ในช่วงที่ข้าวยากหมากแพงแบบนี้ เงินเดือน 1 เดือนเท่ากับราคาทองรูปพรรณ หนัก 1 บาท แต่ก็ต้องขอขอบคุณคณะผู้แทนครูที่ได้ร่วมกันผลักดันหลายๆ เรื่องให้มีความเป็นธรรมกับอาชีพครู ให้ความเสถียรภาพกับวิชาชีพครูมีความทัดเทียมกับวิชาชีพอื่นๆ ที่เขาเข้า Win ไปก่อนเราตั้งนานแล้ว

เห็นไหมละครับการศึกษาต่อในปริญญาที่สูงขึ้นจากการบรรจุแต่งตั้งเป็นข้าราชการไม่เสียแรงเปล่า หากรุ่นน้องที่บรรจุใหม่ๆ มี “โอกาส” ที่จะศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้นก็ควรรีบไขว่ขว้าไว้ เพราะกฏหมายไทยปรับปรุงและเปลี่ยนแปลงบ่่อยมากจนทำให้เราอาจตั้งตัวไม่ทันเลยก็ว่าได้

บทความ เรื่อง “พระอรหันต์อยู่ในบ้าน”


0000aพระอรหันต์อยู่ในบ้าน…. อมตะธรรม สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี)

สมเด็จโต ท่านเป็นยอดนักเทศน์ ท่านเทศน์ได้จับใจคนฟัง ธรรมเทศนาของท่าน เข้าใจง่ายไม่ต้องมานั่งแปลไทยให้เป็นไทย เพราะท่านใช้คำไทยตรง ๆ เป็นภาษาพื้น ๆ ที่คนทั่วไปได้ฟังก็เข้าใจ เป็นที่นิยมของชนทุกชั้น ฟังไปก็สนุกเพลิดเพลิน และยังได้คติธรรม ไม่ง่วงเหงาหาวนอนเหมือนักเทศน์ท่านอื่น ๆ

สมเด็จโตท่านได้เล่าว่า มีคราวหนึ่ง ท่านได้รับนิมนต์ให้แสดงธรรม ณ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย ในพระบรมมหาราชวัง พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จออกมาท่ามกลางเหล่าขุนนาง ข้าราชการและข้าราชบริพาร ครั้นพอพบหน้าท่าน เจ้าผู้ครองแผ่นดินก็ทรงสัพยอกว่า ? ท่านเจ้าคุณ เห็นเขาชมกันทั้งเมืองว่าท่านเทศน์ดีนักนี่ วันนี้ต้องขอพิสูจน์หน่อย?

สมเด็จโตทรงทูลว่า? ผู้ที่ไม่เคยฟังในธรรม ครั้นเขาฟังธรรมและได้รู้ได้เห็นในธรรมนี้แล้วเขาก็ชมว่าดี ขอถวายพระพรมหาบพิตร? และในวันนี้อาตมาจะมาเทศนาเรื่อง ? พระอรหันต์อยู่ในบ้าน?

ฝ่ายพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวและเหล่าขุนนาง ข้าราชการและข้าราชบริพาร ต่างก็มีความสงสัย เพราะเคยได้ยินแต่ว่าพระอรหันต์ท่านจะอยู่แต่ในถ้ำ ในป่า ในเขา ในที่เงียบสงัด หรือที่วัดวาอารามเท่านั้น แต่ทำไมสมเด็จโต จึงกล่าวว่าจะเทศนาเรื่องพระอรหันต์อยู่ในบ้าน ในขณะที่ทุกคนพากันคิดสงสัยอยู่นั้น ฝ่ายสมเด็จโตทรงทราบด้วยญาณวิถีของทุกคน

ท่านจึงขยายความต่อไปว่า จิตพระอรหันต์ เป็นผู้บริสุทธิ์ ท่านละจากความโลภ ความโกรธ ความหลง ไม่ยินดีและยินร้าย ในเรื่องใด ๆ ทั้งสิ้น เป็นเนื้อนาบุญอันยอดเยี่ยม หากใครได้ทำบุญกับพระอรหันต์แล้วไซร้ ก็ถือได้ว่าเป็นลาภอันประเสริฐที่สุด บุญที่ได้ทำกับท่านจะให้ผลในชาติปัจจุบันทันที่ไม่ต้องรอไปถึงชาติหน้า ทุก ๆ คนจึงมุ่งเสาะแสวงหาแต่พระอรหันต์ที่อยู่นอกบ้าน แต่ไม่เคยมองพระอรหันต์ที่อยู่ในบ้านเลย ทุก ๆ คนที่นั่งฟังเทศนาอยู่ในที่แห่งนั้นต่างทำสีหน้างุนงงไปตามกัน เพราะไม่เข้าใจความหมาย สมเด็จโตจึงเทศนาต่อไปว่า? พระอรหันต์คือพระผู้ประเสริฐ คนเราทั้งหลายพยายามค้นหาพระผู้ประเสริฐ เพียงหวังที่จะยึดท่าน เกาะผ้าเหลืองท่าน เกาะหลังของท่าน เพื่อให้ท่านพาไปสู่ความสุข แม้ว่าท่านจะอยู่ไกลสุดขอบฟ้า คนเราก็ยังอุตสาห์ดั้นด้นดิ้นรนไปหา เพียงหวังเพื่อยึดเหนี่ยวและบูชาท่าน แต่พระที่อยู่ภายในที่ใกล้ตัวที่สุดกลับมองข้าม มองไม่เห็นเหมือนใกล้เกลือแต่กับไปกินด่าง อันน้ำใจของพ่อแม่ที่ให้ต่อลูก มีแต่ความบริสุทธิ์ ไม่คิดหวังสิ่งใดตอบแทน เช่นเดียวกับน้ำใจของพระอรหันต์ที่ให้ต่อมนุษย์ ก็มีความบริสุทธิ์เช่นเดียวกัน Read the rest of this entry

บทความ เรื่อง “ทิฐิพระ มานะกษัตริย์”


พระอาจารย์ เล่าว่า “ตอนเย็นๆ พอขึ้นที่พักก็หมดสภาพ ร่างกายไม่ไหว โดยเฉพาะรู้สึกปวดหลังมาก
เวลาไข้มาเลเรียขึ้นนี่จะปวดหลัง ก็ได้แต่นั่งเหี่ยว จะรอดวันนี้ไหมหนอ ? ตอนอยู่ต่อหน้าคนอื่นก็ทำเป็นยืดเข้าไว้

ลักษณะอย่างนี้แหละที่ หลวงพ่อวัดท่าซุง ท่านป่วยแล้วคนดูไม่ออก อาตมานี่ยังมีทีท่าให้คนเขาเห็นบ้าง หลวงพ่อวัดท่าซุงนี่ไม่มีเลย ดูไม่ออกว่าท่านป่วยหรือไม่ป่วย จนกว่าจะเลิกงานนั่นแหละ เวลาท่านป่วยหนักๆ อาตมารับท่านลงจากตึกมาขึ้นรถ เพื่อที่จะไปรับญาติโยมที่ตึกรับแขก แรกๆ ก็จับแขนท่านลักษณะช่วยประคอง ท่านก็สะบัดออก แต่พอเห็นว่าท่านไม่ไหวจริงๆ อาตมาก็ต้องทำ

พอถึงเวลาจับพอท่านตั้งท่าจะสะบัด อาตมาก็ล็อกแขนท่านไว้เลย ถ้าอาตมาตั้งใจล็อกนี่หลุดยาก..! แล้วก็พาท่านเดินขึ้นรถ หลวงพ่อท่านก็หัวเราะแล้วก็บอกว่า “ถ้ามันเป็นระเบียบบังคับก็เอา” ไม่อย่างนั้นใหม่ๆ นี่ทำไม่ได้หรอก ท่านสะบัดมือออกทุกที

ถึงได้เข้าใจว่า “ทิฐิพระ มานะกษัตริย์” นั้นเป็นอย่างไร? คนที่เคยเกิดเป็นผู้นำมานับชาติไม่ถ้วนแล้ว
ถึงเวลาจะแสดงความอ่อนแอต่อหน้าคนอื่นไม่ได้ พอใช้ประโยคนี้ หลวงลุงสุนทร บอกว่า “หลวงพี่..พระมีทิฐิได้หรือ ?” อาตมาตอบว่า “มีสิ..ถ้าไม่มีสัมมาทิฐิบรรลุมรรคผลไม่ได้หรอก” เถียงหน้าด้านๆ เลย..!

ขัตติยมานะ ตัวนี้แหละทำให้ พระมหาอุปราช รู้ว่าสู้ พระนเรศวร ไม่ได้ก็ต้องสู้ ต่อหน้าคนตั้งเท่าไรที่ล้วนแต่เป็นลูกเจ้าเมือง ว่าที่เจ้าที่เจ้าเมืองทั้งนั้น ถ้าหากว่าไปแสดงความขี้ขลาดต่อหน้าเขา ต่อไปตัวเองขึ้นเป็นกษัตริย์ เมืองบริวารเหล่านั้นจะมีใครเชื่อถือ ทั้งๆ ที่ท่านรู้ว่า ถ้าให้คนรุมพระนเรศวรนี่ชนะแน่ แต่ก็ไม่เอา ยอมสู้แบบเดี่ยวๆ ดีกว่า

เรื่องการศึกการสงคราม ถ้าเป็นภาพยนตร์มาอาตมาจะดูไม่ได้เลย พอดูแล้วจะมีภาพซ้อนขึ้นมา มีอยู่เที่ยวหนึ่งตอนนั้นตามหลวงพ่อไป วัดศรีรัตนาราม ที่ ลพบุรี คุณปรีชา พึ่งแสง เอาหนังเรื่องสงคราม ๙ ทัพมาเปิด ถ้าจำไม่ผิด คุณสมบัติ เมทนี รับบทเป็น รัชกาลที่ ๑

อาตมาดูไม่รู้เรื่องเลย มองดูนี่ภาพซ้อนเกิดขึ้นเต็มไปหมด ท้ายสุดก็เลยหลับตาดูของตัวเองดีกว่า
อะไรที่เป็นสิ่งที่ทำจนชินมาชาติแล้วชาติเล่า ถึงเวลาก็จะโผล่ขึ้นมาเองโดยอัตโนมัติ”

สนทนากับพระครูธรรมธรเล็ก
สุธมฺมปญฺโญ
เก็บตกจากบ้านวิริยบารมี ต้นเดือนตุลาคม ๒๕๕๔

ที่มา : http://board.palungjit.com/f61/%E0%B8%97%E0%B8%B4%E0%B8%90%E0%B8%B4%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0-%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%A2%E0%B9%8C-314571.html

การสร้างข้อสอบออนไลน์ ด้วย Google Docs


คู่มือการสร้างแบบสอบถามออนไลน์ด้วย Google Docs


คู่มือ การใช้งาน Blog ที่ WordPress.com


กิจกรรมการเรียนรู้ ม.5.5


QR CODE

ดาวน์โหลด วิธีใช้ WordPress.com

คลิกดูรายละเอียดนักเรียนที่ส่งที่นี่

กิจกรรมสร้างสรรค์งาน VDO ม.3.1


Information Technology Activities M.3.1

——————————————————————————————————————

ส่งงาน VDO ที่เสร็จสมบูรณ์ ระหว่างวันที่ 11-15 กุมภาพันธ์ 2556 (30 คะแนน)
*ส่งหลังกำหนดหักคะแนน วันละ 1 คะแนน
รูปแบบของชิ้นงาน
1. ไฟล์ VDO ต้องมีชื่อเป็นภาษาอังกฤษ และมีนามสกุลของไฟล์เป็น .avi เช่น can_do_it.avi เป็นต้น พร้อมทั้งเขียนลงแผ่น CD หรือ DVD
2. ออกแบบปกกล่อง DVD ให้สวยงาม
ด้านหน้ากล่อง ประกอบด้วย ชื่อกลุ่มและชื่อเรื่อง (ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ)
ด้านหลังกล่อง ประกอบด้วย สมาชิกในกลุ่ม เลขที่ ชั้น และชื่อ ครูแมนสรวง  แซ่ซิ้ม
* ขอให้ทุกกลุ่มตั้งใจนำเสนอชิ้นงานให้สุดความสามารถในเชิงสร้างสรรค์

——————————————————————————————————————–

หัววิดีโอ
1.ชื่อเรื่อง
2.แนะนำนักแสดง

ท้ายวิดีโอ
1. ปิดท้ายตอนจบ เช่น จบแล้วค่ะ, จบบริบูรณ์1, อวสาน, The End, To be continues. เป็นต้น
2. ผู้กำกับ, ช่างกล้อง ฯลฯ หรือ สมาชิกในกลุ่ม
3. ขอบคุณสถานที่ หรือ ผู้ให้การสนับสนุน,    ผู้ให้คำปรึกษา
4. อื่นๆ เช่น เบื้องหลัง เก็บตก เป็นต้น

————————————————————————————————————-

แนวข้อสอบปลายภาคnew

1. ขั้นตอนของการตัดต่อวิดีโอ
2. อุปกรณ์และคุณสมบัติของอุปกรณ์ในการตัดต่อวิดีโอ
3. ประเภทของไฟล์สื่อที่ใช้ในการตัดต่อวิดีโอ (ภาพนิ่ง/ภาพเคลื่อนไหว/เสียง)
4. ระบบสัญญาณวิดีโอ
5. มาตรฐานไฟล์วิดีโอ

แบบทดสอบ
————————————————————————————

คลิกดูข้อมูล Team การสร้าง VDO ที่นี่ 

ส่ง URL ของ BLOG ใน WordPress M.3.3


ดูข้อมูลนักเรียนที่ส่งข้อมูล BLOG แล้ว คลิกที่นี่

กิจกรรมการเรียนรู้ ม.5.3 (ง30227) 40 คะแนน


update1

ส่งงาน VDO ที่เสร็จสมบูรณ์ ระหว่างวันที่ 11-15 กุมภาพันธ์ 2556 (30 คะแนน)
*ส่งหลังกำหนดหักคะแนน วันละ 1 คะแนน
รูปแบบของชิ้นงาน
1. ไฟล์ VDO ต้องมีชื่อเป็นภาษาอังกฤษ และมีนามสกุลของไฟล์เป็น .avi เช่น can_do_it.avi เป็นต้น พร้อมทั้งเขียนลงแผ่น CD หรือ DVD
2. ออกแบบปกกล่อง DVD ให้สวยงาม
ด้านหน้ากล่อง ประกอบด้วย ชื่อกลุ่มและชื่อเรื่อง (ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ)
ด้านหลังกล่อง ประกอบด้วย สมาชิกในกลุ่ม เลขที่ ชั้น และชื่อ ครูแมนสรวง  แซ่ซิ้ม
* ขอให้ทุกกลุ่มตั้งใจนำเสนอชิ้นงานให้สุดความสามารถในเชิงสร้างสรรค์

———————————————————————————————

สอบวันที่  29 มกราคม 2556new

แบบทดสอบปลายภาค เรื่อง การสร้างสรรค์ VDO คลิกที่นี่ | ผลการทดสอบ

แนวข้อสอบปลายภาค 20 ข้อ 20 คะแนน

1. ขั้นตอนของการตัดต่อวิดีโอ
2. อุปกรณ์และคุณสมบัติของอุปกรณ์ในการตัดต่อวิดีโอ

3. ประเภทของไฟล์สื่อที่ใช้ในการตัดต่อวิดีโอ (ภาพนิ่ง/ภาพเคลื่อนไหว/เสียง)

4. ระบบสัญญาณวิดีโอ

5. มาตรฐานไฟล์วิดีโอ

————————————————————————————————-

หัววิดีโอ
1.ชื่อเรื่อง
2.แนะนำนักแสดง

ท้ายวิดีโอ
1. ปิดท้ายตอนจบ เช่น จบแล้วค่ะ, จบบริบูรณ์1, อวสาน, The End, To be continues. เป็นต้น
2. ผู้กำกับ, ช่างกล้อง ฯลฯ หรือ สมาชิกในกลุ่ม
3. ขอบคุณสถานที่ หรือ ผู้ให้การสนับสนุน,    ผู้ให้คำปรึกษา
4. อื่นๆ เช่น เบื้องหลัง เก็บตก เป็นต้น

waring

**** วันที่ 8 มกราคม 2556 ให้นักเรียนส่งต้นฉบับวิดีโอคลิปที่ไปถ่ายมาในแต่ละฉาก โดย Write ลงแผ่น CD หรือ DVD พร้อทั้งเขียนชื่อ Team บนแผ่นด้วย ********** 

——————————————————————-

 คลิกดูข้อมูลการจัดทำ VDO ที่นี่

—————————————————————————————

ให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม เพื่อสืบค้น/สร้างสรรค์ เรื่องราวที่จะนำมาสร้าง VDO กลุ่มละ 5 คน

โดยให้ตั้งชื่่อ Team และ ชือเรื่องที่ต้องการสร้างสรรค์เป็น VDO

และให้ใส่ชื่อ-สกุล เลขทึ่ ของสมาชิก Team และบอกหน้าที่ของแต่ละคนใน Team ดังต่อไปนี้

1. ผู้กำกับ

2. คนเขียนบท

3. พิธีกร

4. นักแสดง

5. คนตัดต่อวิดีโอ

————————————————————————————————-

คลิกดูขอบเขตของงาน VDO ของแต่ละทีมที่นี่

กิจกรรมการเรียนรู้ ม.1.12


ให้นักเีรียนตอบคำถามทบทวนท้ายหน่วยที่ 3 เรื่อง เทคโนโลยีสารสนเทศ

โดยให้นักเรียนสืบค้นข้อมูลจาก Google และในหนังสือเรียน แล้วเลือกตอบ 5 ข้อ จาก 15 ข้อ

โดยให้ใส่ชื่อ – นามสกุล และ เลขที่ด้วย

กิจกรรมการเรียนรู้ ม.1.11


ให้นักเีรียนตอบคำถามทบทวนท้ายบทที่ 3 เรื่อง เทคโนโลยีสารสนเทศ

โดยให้นักเรียนสืบค้นข้อมูลจาก Google และในหนังสือเรียน แล้วเลือกตอบ 5 ข้อ จาก 15 ข้อ

โดยให้ใส่ชื่อ – นามสกุล และ เลขที่ด้วย